posted on 08 Aug 2009 15:25 by cmclassical in Annoucement
The College of Music at Payap University announces:
As part of the celebration of Payap University's 35 Anniversary
we would like to invite you to join us for
The First Asian Traditional Music Forum 2009
Date: Sunday, August 16, 2009 at 7:00 PM
Place: Somsawali Building, E.C.Court Auditorium,
Kaew Nawarat Campus (opposite McCormick Hospital)
Special performances from Japan
Traditional Music from Indonesia, Korea, Thailand, Malaysia, Philippine
and Karen Traitional Music.
Admission Free
posted on 19 Jul 2009 15:06 by cmclassical in Annoucement
Concerto Music School
presents
Violin & Piano Recital
by
Somchai Wattanaprasobsuk violin
Papaporn Wangvisavavit piano
Program
Sonata in C K303 Mozart
Ajarn Somchai's Students Recital
Sicilienne (Maria - Theresia) Violin - Piano
The Puppet Show (Josephine Trott) Violin - Piano
Twinkle (Suzuki) Violin Duet
Humoresque (Dvorak) Violin - Piano
Sonata op.27 No.2 (Beethoven) Piano
Date : Saturday, Aug 1, 2009 at 7:00 p.m.
Place : AUA Language Center Auditorium
Tickets : 100 Baht (Available at the door)
For reservation : Please call 081-8833740 or
Concerto Music School 053-240850
Concerto Music School teaches
Violin, Piano, Viola, Cello, Flute and others
Teacher Somchai Wattanaprasobsuk is the Director of the School.
Ajarn Somchai graduated from Chularlongkhorn University in Major Violin
The School has other teachers from Payap University
More information
105/6 หมู่ 3 ถ.ขันติธโร ต.ฟ้าฮ่าม อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50000
105/6 Moo 3 Kuntitaro Rd,Tumbol Faham,Amphur Muang, Chiangmai 50000
Tel 053-240850, 081-5305653, 081-8833740
posted on 12 Jul 2009 23:22 by cmclassical in Entry
ผ่านพ้นไปอีกหนึ่งคอนเสริตที่ไม่น่าพลาด Chiangmai Symphony Orchestra ในคืนวันที่ 11 กรกฎาคม 2552 และก็ไม่ผิดหวังจริงๆ ครับ ใครพลาดก็ต้องบอกว่าเสียดายมากๆ ครับ สำหรับการแสดงในค่ำคืนนั้นมีรายการดังนี้ครับ
“Coriolan” Overture Op.62 – Ludwig Van Beethoven
Harp Concerto in Bb Major – Mov. 1 Andante allegro – George Frederic Handel
Harp Soloist: Patsharasakorn Po
Piano Concerto No.2 in C minor Op. 18 – Mov. 1 Moderato – Sergei Rachmaninoff
Piano Soloist: Achira Assawadecharit
INTREMISSION
Farandole from L’Arlesienne Suite No. 2 – Georges Bizet
แขกมอญบางขุนพรหม Arr. ดนู ฮันตระกูล
เขมรไทรโยค Arr. ดนู ฮันตระกูล
ต้นวรเชษฐ์ Arr. ดนู ฮันตระกูล
Symphony No. 40 in G minor – Mov. 1 Allegro – Wolfgange Amadeus Mozart Arr. By Merle J.Isaac
Conductor : Saman Kajaikham
ภาพรวมของการแสดงดูดีมากครับ เพราะได้ไปจัดกันถึงกาดเธียเตอร์ ศูนย์การค้ากาดสวนแก้ว เปิดฉากด้วยการบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีโดยวง CSO นั้นน่าประทับใจมากครับ การเรียบเรียงเสียงนั้นไพเราะมากเลยทีเดียว สำหรับรายการแรก “Coriolan” Overture ซึ่งเป็นเพลงประโหมโรงในอุปรากรโศกนาฏกรรม (เนื้อเรื่องมีอยู่ว่ากษัตริย์ปกครองเมืองไม่ได้ดูแลทุกข์สุขของประชาชน จึงถูกขับออกจากเมืองไป ตะแกก็โกรธแค้น จะกลับมาแก้แค้นเพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีของตนเอง แต่ก็ไม่สำเร็จเนื่องด้วยผ่ายแพ้ต่อการร้องขอของหญิงผู้เป็นมารดาและภรรยา เรื่องจบลงเมื่อเขายอมเลิกราการล้างแค้นด้วยการฆ่าตัวตายอย่างเศร้าสลด) การบรรเลงถือได้ว่าอยู่ในเกณฑ์ดีครับ แต่ทว่าอารมณ์ และความเข้มข้นของน้ำเสียงดนตรีนั้น ยังไม่เป็นไปตามแบบฉบับท่านบีโธเฟนสักเท่าไหร่ครับ ขาดความหนักแน่นไปหน่อย ส่วน Harp Concerto นั้นบรรเลงได้ดีครับ วง CSO กับนักโซโลบรรเลงได้เข้ากันดีมาก เพลงนี้ทำให้ชวนนึกย้อนไปถึงสมัยบาโร้กได้จริงๆ ครับ สำหรับนัก Harp คนนี้ พัชรสกนธ์ โพธิ์ เธอเกิดในครอบครับนักดนตรี เริ่มเรียน Harp เมื่ออายุ 18 ปีครับ โดยเรียนกับ อ. Judit Utley ซึ่งเป็นนักบรรเลง Harp (ท่านเคยเป็นสมาชิกวง BSO ปัจจุบันเป็นอาจารย์สอน Harp อยู่ที่วิทยาลัยดุริยศิลป์) เธอเคยผ่านการแสดงมาแล้วหลายเวที และเคยได้แสดงที่ศูนย์ตำหนักฮาร์พ ที่กรุงเทพเมื่อปี 2008 ที่ผ่านมา นับได้ว่าเป็นนักฮาร์พรุ่นเยาว์คนแรกๆ ของภาคเหนือเรานี้เองนะครับ เสียง Harp ของเธอนั้นไม่ธรรมดาครับน่าสนับสนุนให้ฝึกฝนและพัฒนาทักษะต่อไป สำหรับบทเพลงก็มีเพียง trill และช่วงโน้ตบางตัวที่บรรเลงได้ยังไม่พริ้วพอเท่านั้นเองครับ แต่น่าเสียดายที่ผู้จัดคอนเสริตนำเพลงมาบรรเลงกันให้ฟังเพียงแค่ท่อนเดียวเองครับ
สำหรับ Highlight ของงาน ก็อยู่ที่ Piano Concerto No.2 in C minor Op. 18 ของนักเปียโนผู้เกือบเสียสติ Rachmaninoff นั้นเองครับ ด้วยว่าผู้บรรเลงของเราในค่ำคืนนั้น อชิระ อัศวเดชาฤทธิ์ เป็นผู้ที่มีความสามารถสูงทีเดียวครับ แกเริ่มเรียนเปียโนมาตั้งแต่อายุ 7 ขวบกับอาจารย์ธัญลักษณ์ ภู่ริยะพันธ์, อ. เรมีย์ นามเทพ, อ. Bernard Sumner, อ.ดร.นภนันท์ จันทรอรทัยกุล และ อ. Bennett Lerner และเมื่ออายุ 11 ปี เขาก็สอบเกรด 8 ของสถาบัน Trinity ด้วยเกียรตินิยมอันดับ 1 และคะแนนสูงสุดระดับประเทศ และสูงสุดของภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิค และจากนั้นก็สอบผ่านในระดับ PC, ATCL, LTCL ด้วยเกียรตินิยมอันดับ 1 เช่นกัน เมื่อฤดูร้อนปีที่แล้ว เขาก็ได้ผ่านการรับเลือกจาก Yong Siew Toh Conservatory of Music National University of Singapore : NUS เพื่อเข้าร่วมค่ายดนตรีและแสดงเปียโนกับนักเปียโนรุ่นเยาว์ทั่วโลก 18 คน
ล่าสุด อชิระก็ได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมแข่งขันในรายการ The 3rd Asean International Concerto Competition ที่กรุงจาร์การ์ต้า ประเทศอินโดนีเซีย ผลการบรรเลงนั้น สุดยอดครับ สมกับชื่อเสียงเรียงนามที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นเลย ทั้งท่าทาง ภาษากาย เทคนิคการบรรเลง น้ำหนักเสียง และการประสานเข้ากับวง CSO บทเพลงนี้ถือได้ว่าเยี่ยมมากครับ แต่ก็ติดตรงที่ว่าผู้จัดงานเลือกเปียโนมาหลังเล็กไปหน่อย เลยให้เสียงที่ไม่สมบูรณ์เมื่อประกอบกับวง CSO ที่มีขนาดใหญ่ และห้องแสดงที่ใหญ่มากๆ เสียงบางช่วงจึงขาดพลัง และกลืนหายไปกับเสียงวงออเคสตราเท่านั้นเองครับ และน่าเสียดายอีกนิด ที่นำบทเพลงมาแสดงเพียงแค่ท่อนเดียวครับ
สำหรับการแสดงครึ่งหลัง ก็เป็นเพลงที่ล้วนแต่ไพเราะมากครับ เริ่มจาก Farandole from L’Arlesienne Suite No. 2 (นำมาแสดงเพียงท่อนเดียว จาก 4 ท่อนเช่นเดิม) ซึ่งวงนั้นแสดงออกมาได้เยี่ยมมากครับ ถือว่าเป็นเพลงที่บรรเลงได้ดีที่สุดในค่ำคืนนั้นเลยครับ และตามมาด้วยเพลงที่ทำให้นึกถึงความเก่า ความโบราณของประเทศไทยเรานั้นก็หนีไม่พ้นบทเพลงจาก ดนู ฮันตระกูล ซึ่งเป็นนักประพันธ์เพลง และเรียบเรียงเพลงได้ประทับใจมากครับ วง CSO ก็บรรเลงออกมาได้เยี่ยมยอดไม่แพ้บทเพลงฝั่งตะวันตกเลยครับ และปิดท้ายด้วยบทเลงบอดฮิต Symphony No. 40 in G minor ซึ่งเป็นฉบับ Arr. By Merle J.Isaac ซึ่งก็จะเห็นมีกลองแสนร์ และเครื่องดนตรีหลายๆ อย่างประกอบเข้ามาสร้างสีสันให้มากขึ้น บทเพลงนี้ไม่ค่อยติดตรึงตราใจผู้ฟังอย่างผมเท่าไหร่ครับ แต่ถือได้ว่าบรรเลงออกมาได้ดีกว่าการแสดงครั้งๆ ก่อนๆ โน้นเลยหล่ะครับ
ซึ่งสรุปผลงานการบรรเลงของวง CSO ก็ออกมาดูดีก้าวสู่ความมีฝีมืออีกขั้น มีพัฒนาการมากขึ้นกว่าแต่ก่อนตามลำดับ ดังนั้นก็น่าสนับสนุนเยาวชน และนักดนตรีชาวเชียงใหม่ให้พัฒนาความสามารถและเปิดการแสดงอันมีคุณค่าอย่างนี้ต่อไปอีกครับ
edit @ 12 Jul 2009 23:25:59 by jigy classical
posted on 06 Jul 2009 15:51 by cmclassical in Annoucement
D & M Music Studio presents
A Piano Recital by
Juyeon Kang.
Juyeon Kang, Concert artist and educator is described by Natalya Antonova, distinguished professor at the Eastman School of Music, as a pianist of “formidable technique and exquisite sound.”
Date: Wednesday, July 15, 2009 at 7:00 p.m.
Place: AUA Language Center Auditorium in Chiang Mai on Rajadamnern Road ( 081-682-8000 )
Evening programme includes works by :
Partita No. 3 in A minor, BWV 827 by Johann Sebastian Bach.
Polonaise in C Major, Op. 89 by Ludwig van Beethoven.
Tango Suite by Astor Piazzolla. Arr. by Kyoko Yamamoto
Davidsbündlertänze (Dances of the League of David), op. 6,by Robert Schumann.
Tickets are priced at 300 and 200 baht for student available to purchase at the door at 6:30 pm or call 081-682-8000 for Advance booking
Dr. Kang has appeared extensively as soloist and chamber musician in the United States and abroad, including Spain , Finland , Italy and Korea . She launched a performance career that included her debut solo recital in Boston ’s Jordan Hall after winning two first prizes in 1998: the Heida Hermann’s Young Artists Competition in Connecticut and the Josef Hofmann Piano Competition in South Carolina . The latter led to an invitation to perform at the Embassy of Poland in Washington , D.C. , where she presented the Chopin Commemorative Piano Concert on the 150th anniversary of Chopin’s death. Her solo appearance with orchestras include South Dakota Symphony Orchestra, Hingham Symphony Orchestra ( Mass. ), Augusta Symphony Orchestra ( Ga. ), and Korean Symphony Orchestra, and her performances have been aired on television in Korea and on National Public Radio in New York , Massachusetts , Georgia and South Carolina .
A native of Korea , Dr. Kang earned a doctor of musical arts in piano performance and literature from the Eastman School of Music in Rochester , New York . She also received the prestigious Artist Diploma in piano performance from the New England Conservatory of Music in Boston , where she was on the faculty in the college division. In 2003, she was appointed assistant professor of music at Northwestern College in Orange City , Iowa , where she teaches private piano, class piano, music theory lab, and coordinates the accompanist
posted on 28 Jun 2009 00:11 by cmclassical in Entry
อีกค่ำคืนหนึ่งที่สลัดความเหนื่อยล้าไปฟังการบรรเลงดนตรีจากวง Chiangmai Philhamonic Band ซึ่งก็เป็นวงที่แบ่งภาคมาจาก Chiangmai Symphony Orchestra นั่นเอง ซึ่งเป็นการแสดงนำโดยวงเครื่องลมไม้และทองเหลือง โดยมี Doubble Bass และ Percussion ประกอบ ที่สำคัญ รายการในวันนี้น่าสนใจมากๆ ครับ การแสดงอยู่ภายใต้แนวคิด ดนตรีจากนักประพันธ์ที่มีชีวิตอยู่ หมายถึงว่าผู้ประพันธ์เพลงยังมีชีวิตอยู่ ยังไม่ได้ตายจากโลกนี้ไป เหมือนเพลงเก่าแก่ทั้งหลายที่เราฟังกันนั้นน่ะครับ รายการการแสดงก็มีดังนี้ครับ
Farang Rum Thao (ฝรั่งรำเท้า) – Chaipruck Mekara (for Thai Orchestral and Symphonic Band)
Chaor Thery – James Bonney (Concerto for Electric Guitar and Wind Orchestra)
INTERMISSION
The Redwoods – Rossano Galante
A Discovery Fantasy – Jan De Hann
Kheah Cheon Joaw Fantasy (แขกเชิญเจ้า) - Chaipruck Mekara
ABBA Gold – ABBA arr. By Ron Sebregts
Guest Conductor : Daniel Pittman
การแสดงเริ่มด้วยโหมโรงโดยบทเพลงนกกลิ้งโกลง บรรเลงโดยวงมโหรีเครื่องสายผสมปี่พาทย์ ซึ่งมาจากวงดารารักษ์ไทย (เป็นการส่งเสริมการเล่นดนตรีไทยโดยโรงเรียนดาราวิทยาลัย) จากนั้นก็เป็นเพลงฝรั่งรำเท้า ซึ่งเป็นการเรียบเรียงเพื่อให้วงเครื่องลมเล่นร่วมกับวงดนตรีไทย ซึ่งก็ออกมาลงตัวไพเราะมาก สร้างสีสันและความแปลกใหม่ให้กับบทเพลงไทยอันมีคุณค่า เพลงนี้ต้องชื่นชมทั้งผู้ควบคุม และนักดนตรีทั้งสองวงเลยทีเดียว นอกจากนั้นบทเพลง Chaor Thery ที่เป็นกีตาร์ไฟฟ้านั้นก็ให้อารมณ์ที่สนุก ทั้งกึ่งร๊อคและหวานซึ้งโรแมนติกสลับกันไปในแต่ละท่อนของเพลง เหตุที่บทเพลงผู้ประพันธ์เลือกใช้กีตาร์ไฟฟ้านั้นเป็นเพราะช่วงเสียง (Dynamic) นั้นกว้างมากนั่นเอง และแนวคิดของการประพันธ์ก็เน้นการผสมผสานแนวดนตรีร๊อคและคลาสสิค จากคีตกวีในใจของผู้ประพันธ์เอง อันได้แก่ Bach Beethoven Shostakovich เป็นต้น ส่วนครึ่งหลังก็เป็นเพลงที่ไพเราะติดหู เพราะบรรดาผู้ประพันธ์นั้นมีผลงานมากมายมาการันตีในความไพเราะ เช่นมีผลงานเพลงประกอบภาพยนตร์ ละครต่างๆ มากมาย เพลงที่โดนใจผมก็มีหลายเพลง แต่ก็ต้องกล่าวถึงเพลงนี้โดยเฉพาะ คือ A Discovery Fantasy ที่มีสีสันหลากหลาย ทั้งจังหวะกลองสแนร์ และท่อนสนุกและหวานซึ้งหลายท่อน จากนั้นเพลง Kheah Cheon Joaw Fantasy ที่เป็นการนำทำนองจากเพลงไทย แขกเชิญเจ้า มาเรียบเรียงในรูปแบบวงเครื่องเป่า ซึ่งเริ่มด้วยการกระแทกกลุ่มคอร์ดของเครื่องดนตรีต่างๆ ทำให้เพลงดูยิ่งใหญ่ และทำให้บรรดาผู้ชมตกใจไม่น้อย ทำให้เพลงมีสีสันและสนุกมาก การแสดงปิดท้ายนั้นลงตัวมาก จับใจคนดูเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งก็หนีไม่พ้นบทเพลงอันมีเสน่ห์ของ ABBA นั่นเอง การแสดงคืนนี้จะทำให้ผมนอนหลับฝันดีไปอีกหลายคืนเลยทีเดียวครับ และอย่าลืม เรามีนัดกับการแสดงอีกในวันที่ 11 กรกฎาคมนี้ กับวง Chiangmai Symphony Orchestra ครับ
posted on 28 Jun 2009 00:10 by cmclassical in Entry
จากที่ได้แจ้งไปว่ามีการแสดงเดี่ยวเปียโนของ ทยา คงปักไพศาล ซึ่งเป็นนักเปียโนเยาวชนที่น่าสนับสนุนและส่งเสริมมาก ในวันเสาร์ 20 มิถุนายน ที่ผ่านมานั้น นับว่าเป็นการแสดงที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีผู้สนใจเข้าชมอย่างล้นหลามเต็มห้องจัดแสดง (และเป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นคนมากมายขนาดนี้) ซึ่งเป็นห้องขนาดย่อมอยู่ในอาคารศรีสังวาลย์ วิทยาลัยดุริยศิลป์ มหาวิทยาลัยพายัพ วิทยาเขตแก้วนวรัฐ จนทำให้ผู้จัดการแสดงต้องวิ่งวุ่นหาเก้าอี้มาเสริมซึ่งก็ไม่พอเพียงต่อจำนวนผู้มาชม ผลก็คือมีผู้ชมบางส่วนที่เต็มใจยืนชมการแสดงจนเกือบจบ ซึ่งหลังพักครึ่งก็พอจะมีที่นั่งว่างเพิ่มขึ้นบ้าง สูจิบัตรที่เตรียมมาแจกก็ไม่เพียงพอต่อผู้ชมทั้งหมด ซึ่งภายในเล่มก็มีข้อมูลเกี่ยวกับการแสดงและประวัตินักเปียโนคนนี้ที่น่าสนใจไม่น้อยเลยครับ รายการการแสดงวันนั้นก็มีดังนี้
Prelude and Fugue in A Major WTC II J.S. Bach
Prelude and Fugue in A Minor D. Shostakovich
Sonata in F Sharp Minor Op. 25 No.5 M. Clementi
- Piutosto allegro con espressione
- Lento e patetico
- Presto
Ballad No.1 in G Minor Op. 23 F. Chopin
INTERMISSION
From Four Roman Sketches Op. 7 C. Griffes
- The Fountain of the Acqua Poala Op. 7 No.3
From Three Tone-Pictures Op. 5
- The Night Winds Op. 5 No.3
From Years of Pilgrimmage 2nd Year: Italy F. Liszt
- Sonetto 104 del Petarca
Sonata No.7 in B Flat Major Op. 83 S. Prokofiev
- Allegro inquieto
- Andante caloroso
- Precipitato
ซึ่งจากการฟังการบรรเลงในค่ำคืนนั้น ก็บอกได้เลยว่า Bravo!! ถ้าไม่ติดกับแกรนด์เปียโนที่หลังเล็กไปหน่อย ซึ่งทำให้เสียงไม่อิ่มและกังวานเท่าที่ควร ส่วนฝีไม้ลายมือ การตีความบทเพลง การบรรเลง ภาษากาย การสื่อบทเพลงของทยา ก็ทำได้ดีเยี่ยมทีเดียว ผู้ชมไม่ผิดหวังแน่นอนครับ บทเพลงที่เล่นได้ประทับใจผมที่สุดก็บทเพลงสุดท้ายนั้นเองครับ ได้กลิ่นอายของสงครามตามแบบฉบับ Wars ซึ่งเป็นชุด Sonata No. 6, 7, 8 ของ Prokofiev ซึ่งเร้าใจและคึกโครมในท่อนเร็ว และอ่อนไหวในท่อนช้า ส่วนบทเพลงที่บรรเลงในช่วงแรกของสมัยบาโรคนั้น ก็ตีความออกมาได้เหมาะสมดีมากครับ ที่ว่าดีมากก็อธิบายไม่ถูก เอาเป็นว่า เหมือนเรากำลังนั่งอยู่ในโบสถ์ในยุโรป ที่เต็มไปด้วยเสียงดนตรีแห่งการสร้างสรรค์ ตามลักษณะสถาปัตยกรรมอันล้ำค่าของศิลปะแบบบาโรคนั้นเอง แต่บางช่วงเหมือนจะมีสะดุด หรือพลังการบรรเลงนั้นแสดงออกมายังไม่เต็มที่นัก อาจเป็นเพราะแกจะไม่คุ้นกับเปียโนหรือเปล่า อันนี้ก็ไม่อาจทราบได้ครับ แต่ในช่วงหลังจากนี้ก็แสดงพลังออกมาได้เต็มเปี่ยมครับ ในการบรรเลง Ballade ของ Chopin นั้น ในทัศนะของผม ถ้าบรรเลงให้กระชับขึ้นอีกนิด ก็จะเข้าจุด คือหวานย้อยแกมรุนแรงตามแบบฉบับ ในด้านเทคนิคและการแสดงในเพลงนี้ทยา ทำได้ดีมากครับ ส่วนเพลงชุดของ Griffes และ Liszt นั้นก็บรรเลงออกมาได้ดีเช่นกันครับ น้ำเสียงหนักแน่น สื่ออารมณ์ได้ชัดเจน สมกับเป็นยุคโรแมนติกตอนปลาย งานนี้ใครพลาดไปชมการแสดงก็ต้องขอบอกว่าเสียดายมากครับ